top of page
มีคุณโยมท่านหนึ่งในกรุงเทพฯ ถามว่า การเป็นพระ ต้องเป็นอย่างไร ?
เกี่ยวกับเรื่องผ้าเหลือง มีบุคคลท่านหนึ่งสงสัย และถามท่านคึกฤทธิ์ว่า การที่พระที่ห่มผ้าสบง - จีวร แต่เป็นคนไม่ดี เราต้องกราบไหว้หรือไม่ ?

ในพื้นที่นี้จะเป็นเรื่องของ คำถาม - คำตอบ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา  อันน่าสนใจอย่างยิ่งเป็นพิเศษ  เรียกว่า  ถามได้อย่างโดนใจ และก็ตอบได้อย่างโดนใจ ชนิดที่ว่าตอบได้อย่างอร่อย ซึ่งได้แสวงหาคัดสรรมาจากแหล่งต่างๆ เฉพาะที่เข้าตากรรมการจริงๆเท่านั้น ท่านผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซท์ทุกท่าน สามารถที่จะส่งคำถามของท่านมายังเราได้ ทางเราจะนำคำตอบนั้นมาให้ท่าน โดยแสดงผ่านทางหน้าเว็บนี้ จากท่านผู้ทรงคุณวุติ จะเป็นผู้ตอบไขปัญหาให้ท่าน

คำตอบ...ท่านคึกฤทธิ์ตอบว่า ถ้าสบง - จีวร ตกไปห่มอยู่ที่หมา เราต้องไหว้หรือเปล่าละ.

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า เป็นพระต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และที่สำคัญที่สุด พระต้องเป็นคนชี้ให้คนในสังคมรู้ว่า การกระทำอะไรดี อะไรชั่ว เพราะพระรู้หลักพุทธวจนะ ซึ่งเป็นมาตรฐานของความดีและชั่ว

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า หน้าที่การควบคุม ดูแล และกำจัดพระชั่วออกจากวงการ เป็นหน้าที่ของสังคมพระพุทธศาสนา อันประกอบด้วย พุทธบริษัททุกคน เพื่อรักษาสถาบันสงฆ์ และ สาวกสังโฆจำนวนมาก ผู้บริสุทธิ์มิให้พลอยมัวหมองจนสายเกินแก้ ในสังคมพระพุทธศาสนา ชั่วไม่ได้ ไม่ว่าชีหรือสงฆ์.

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า พระสงฆ์ดี คนกราบสนิทใจ แต่คนห่มเหลืองเหลวไหล ทำให้พุทธศาสนามัวหมอง.

มีคุณโยมท่านหนึ่ง ทางภาคใต้ ถามว่า หน้าที่การควบคุมดูแล และกำจัดพระชั่วออกจากวงการ เป็นหน้าที่ของใคร ?
มีพุทธศาสนิกชนท่านหนึ่งในกรุงเทพฯ ถามว่า พระสงฆ์ดีเกิดผลอย่างไร และ พระสงฆ์ไม่ดีเกิดผลอย่างไร ?

คำถาม-คำตอบ

มีนักศึกษาท่านหนึ่ง ถามว่า เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร ? ( จะเอาไปทำรายงาน )
มีพุทธศาสนิกชนท่านหนึ่ง ถามว่า พุทธประสงค์ในการบัญญัติพระวินัย เป็นอย่างไร ?
พุทธบริษัทท่านหนึ่ง ถามว่า มีพระเลวอยู่ กับ มีพระดีอยู่ อย่างไหนจะดีกว่ากัน ?
พุทธศาสนิกชนท่านหนึ่ง ถามว่า อะไรเป็นภัยที่สำคัญยิ่งต่อพระพุทธศาสนา ?
มีผู้ถามว่า ปัจจุบันพระพุทธศาสนาของเราเป็นอย่างไร ?
พุทธบริษัทท่านหนึ่ง ถามพระอาจารย์ครรฉัตร ว่า ท่านมีนโยบายในการบริหารจัดการวัด ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล อย่างไร ?
มีคุณโยมท่านหนึ่ง ถามว่า ถ้าจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาคือนิพพาน ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดมาทนทุกข์กันอีก ดังนั้น ถ้าเราออกกฎให้มนุษย์ทุกคนไม่ต้องมีบุตร มนุษย์ก็จะไม่ต้องเกิดขึ้นมาทนทุกข์อีก นี่ใช่เป้าหมายเดียวกับนิพพานหรือเปล่าครับ ?

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า มีจุดมุ่งหมายให้พระสงฆ์ผู้ไม่ซื่อตรงต่อพระธรรมวินัย ไม่ต้องได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับนี้ ( หมายถึงพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๓๕ )

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า พระพุทธศาสนามีภัยอยู่รอบด้าน หนึ่งในจำนวนนั้นที่สำคัญยิ่งก็คือ บุคคลที่อยู่ในคราบของพระพุทธศาสนา ฉะนั้น เราควร เป็นหู เป็นตา ให้พระพุทธศาสนา.

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า พุทธประสงค์ในการบัญญัติพระวินัย มี ๑๐ ประการ คือ ๑. เพื่อการยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ดีแห่งสงฆ์ ๒. เพื่อให้หมู่คณะได้อยู่อย่างผาสุก ๓. เพื่อกำราบผู้ดื้อด้าน ไร้ยางอาย ๔. เพื่อความอยู่ผาสุกของผู้มีศีล ๕. เพื่อป้องกันความเสื่อมเสียในปัจจุบัน ๖. เพื่อกำจัดเรื่องไม่ดีไม่งามในอนาคต ๗. เพื่อความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส ๘. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ๙. เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา ๑๐. เพื่ออนุ เคราะห์พระวินัย คือ เพื่อให้เป็นระเบียบแบบแผน สำหรับปฏิบัติในแนวทางเดียวกันของภิกษุและสามเณร

คำตอบ...พระธรรมนันทโสภณ ท่านตอบว่า ปัจจุบันพระพุทธศาสนาเสื่อมลงไปมาก ฝากถึงพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล เพื่อจรรโลงพระศาสนา ความเจริญสมัยใหม่มีมากขึ้นเรื่อย ทำให้พระสงฆ์จำนวนหนึ่ง หลงไหลไปกับอบายมุขทั้งหลาย ซึ่งยังมีอยู่ในสถาบันพระพุทธศาสนา ทำให้ศาสนามัวหมอง เพียงแต่ยังไม่เป็นข่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชน ที่พบเห็นหรือทราบเบาะแส สิ่งไม่ดีต่างๆ โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตน ตามหลักศาสนา ออกนอกลู่นอกทาง ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส ความประพฤติของพระภิกษุสามเณร ที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยสงฆ์ เพื่อให้พระพุทธศาสนา อันเป็นที่เคารพบูชา และศักดิ์สิทธิ์ เป็นศาสนาประจำชาติไทย อย่างแท้จริงสืบไป

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า พระเลวมีอยู่ในวัดใด พื้นที่ใด ความเสื่อมเสียย่อมมีอยู่ในวัดนั้น พื้นที่นั้น พระดีมีอยู่ในวัดใด พื้นที่ใด ความสมบูรณ์งอกงาม ย่อมมีในวัดนั้น พื้นที่นั้น ถ้าพระเลวคงอยู่ในพระพุทธศาสนา ความเสื่อมโทรมและหายนะ ก็จะบังเกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนา ถ้าพระดีมีประดับไว้ในพระพุทธศาสนา ความมั่นคง สมบูรณ์งอกงาม ย่อมบังเกิดมีขึ้นแก่พระพุทธศาสนา.

คำตอบ...ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ตอบว่า ต้องพยายามเก็บรักษาคนดี มีความรู้ความสามารถ เอาไว้ให้อยู่กับวัด ในขณะเดียวกัน ก็ให้ขจัดคนไม่ดี คนเลว ออกไปเสียจากวัด มิเช่นนั้นแล้ว คนดี มีความรู้ความสามารถ ที่เรามีอยู่ ก็จะหมดหายไปจากวัด ส่วนคนดี มีความรู้ มีความสามารถ จากโลกภายนอก ก็จะไม่มีใครอยากเข้ามา และในที่สุด วัดนั้น ก็จะเหลือแต่เพียงคนเลว คนไม่ดีทั้งนั้น เต็มไปหมด.

คำตอบ...ท่าน ว.วชิรเมธี ตอบว่า การไม่เกิดเพราะออกกฎไม่ให้คนเกิด เป็นคนละเรื่องกับการนิพพาน เพราะการนิพพานนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้คนเกิด แต่การไม่เกิดหลังบรรลุภาวะนิพพานนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปเองตามเหตุปัจจัย คือ เมื่อกิเลสที่เป็นเหตุให้เกิดหมดลง การไม่เกิดก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเอง เป้าหมายของนิพพาน หรือผลของการบรรลุนิพพาน คือการดับทุกข์ ไม่ใช่ดับการเวียนว่ายตายเกิด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า การหยุดเวียนว่ายตายเกิดเป็นผลพลอยได้ของการบรรลุนิพพาน เพื่อให้เห็นภาพ ขอเปรียบเทียบว่า คนที่บรรลุนิพพานแล้ว เปรียบเสมือนข้าวเปลือกที่ถูกสี จนกลายเป็นข้าวสาร นำมาหว่านอย่างไรก็ไม่งอกอีกแล้ว ข้าวที่ถูกสีจนเป็นข้าวสาร ก็เพื่อการแปรรูปเป็นอาหาร ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ส่วนการหมดศักยภาพที่จะงอกนั้น เป็นผลที่เป็นไปเองตามเหตุปัจจัย สำหรับการออกกฎไม่ให้คนเกิดนั้น ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับภาวะนิพพาน เป็นแต่การห้ามไม่ให้คนเกิดมาทนทุกข์เท่านั้น ถึงแม้เรื่องนี้จะคิดได้ แต่เชื่อเถอะว่าในความเป็นจริงไม่มีทางทำได้ ควรสนใจคิดถึงเรื่องที่เป็นไปได้ และทำได้จริงในชีวิตนี้ดีกว่า หลักการในเรื่องนี้ก็มีอยู่ง่ายๆ เพียงว่า ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบความทุกข์ก็ตาม ตอนนี้เราก็ได้เกิดมาแล้ว แต่เมื่อเกิดมาแล้ว แม้จะมีทุกข์มากมาย แต่วิธีดับทุกข์นั้นก็ยังมีอยู่ ผู้ชี้ทางนั้นก็ยังมีอยู่ แล้วทำไมเราจึงไม่รีบปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์นั้นด้วยตนเองเล่า

คำตอบ... ท่านพระอาจารย์ครรฉัตร ก็ตอบไปว่า...  ถ้ามาเอาชีวิตของอาตมาไป แล้วพระพุทธศาสนา จะทำยังไงล่ะคุณโยม.. ปรากฏว่าคุณโยมท่านนั้น ก็ได้นิ่งอึ้งไป.

มีคุณโยมในพื้นที่ของคนเสื้อแดง หมู่บ้านเสื้อแดง  ได้ถามพระอาจารย์ครรฉัตร หรือที่รู้จักกันในนามรหัสของท่าน คือ mokkalla 1  ว่า..  เขาจะฆ่าท่าน จะมาเอาชีวิตท่าน.. ท่านจะว่ากระไร ?
มีคุณโยมท่านหนึ่ง ถามหลวงพ่อชา สุภัทโท ว่า.. ชาติหน้ามีไหม ?

คำตอบ... หลวงพ่อชา สุภัทโท ก็ถามกลับไปว่า.. พรุ่งนี้มีไหม ?  ถ้ามีพาไปดูได้ไหม ?

  • google-plus-square
  • YouTube Black Square
  • Twitter Black Square
  • facebook-square
  • Myspace App Icon

© 2013 by  tangsaitham

bottom of page